สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ วันเดียวจับ 2,048 นักค้ายา 1 เดือน ทลายกว่า 1,500 เครือข่าย ยึดยาบ้า 63 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 5 ตัน อายัดทรัพย์สินกว่า 442 ล้านบาท
.
วันนี้ (27 เมษายน 2569) เวลา 10.00 น. ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(มค) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ครั้งที่ 7/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 10/2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศพร้อมกันในคราวเดียว ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 27 เมษายน 2569
พร้อมสั่งยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกเพิ่มความถี่ เพื่อตัดวงจรผู้ค้าให้สิ้นซาก
.
ตรวจยึดของกลาง
.
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า ให้ทุกหน่วยบูรณาการข้อมูลด้านการข่าวระหว่างหน่วยงาน และให้นำเครื่องมือพิเศษที่มีอยู่ เช่น เครื่อง X-Ray แบบพกพา ที่ได้รับการจัดสรรจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดไปใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ รัดกุม พร้อมทั้งให้ความสำคัญในการรายงานเหตุกรณีการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ มายังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้บังคับบัญชาระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ถือปฏิบัติตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
.
นอกจากนี้ พล.ต.ท.กฤษฎาฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายแดน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ดำเนินการสืบสวนจับกุมเฝ้าระวังและตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติด ทั้งการลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่ามีการข้ามไปดำเนินการซุกซ่อนยาเสพติดอำพรางมากับสินค้า เช่น แบตเตอรี่ เครื่องไฟฟ้า โดยใช้รถกระบะหรือรถสามล้อรับจ้าง รถบรรทุกสินค้า รถน้ำมัน และรถตู้โดยสาร (ซุกซ่อนในช่องลับ), การลำเลียงแบบกองทัพมดด้วยรถโดยสารหรือรถไฟหรือการส่งทางพัสดุไปรษณีย์จากจังหวัดชายแดน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงสู่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคใต้, การลำเลียงยาเสพติดโดยเครือข่าย
ประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางไปลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยใช้รถยนต์ทะเบียนต่างชาติ หรือลักลอบลำเลียงทางรถไฟหรือรถโดยสารสาธารณ
.
รวมถึงการทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในชุมชน ซึ่งถือเป็นหัวใจของการปราบปราม เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการลดความหวาดกลัวภัยจากยาเสพติดและเพิ่มความพึงพอใจของประชาชน
.
พร้อมกับขอขอบคุณทุกหน่วยที่มีการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติดอย่างจริงจังในห้วงที่ผ่านมา และให้หัวหน้าสถานี และผู้กำกับการสืบสวนในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้าในชุมชนให้ต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม และตรงเป้าหมาย “HIT THE POINT” ในชุมชนที่รับผิดชอบ ได้แก่ การแก้ไขสภาพแวดล้อมสถานที่เสี่ยง การตัดวงจรผู้ค้า การดึงผู้เสพออกจากวงจร การแสวงหาความร่วมมือจากประชนในชุมชน การประเมินผลการปฏิบัติงานและสภาพปัญหายาเสพติดแต่ละชุมชน รวมถึงให้ผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วย ติดตาม สอดส่อง ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด
.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปกป้องลูกหลานไทยให้ห่างไกลจากยาเสพติด